ชีวประวัติหลวงพ่อ "วิริยังค์ สิรินฺธโร" ตอน กำเนิดวัดทรายงาม

ชีวประวัติหลวงพ่อ "วิริยังค์ สิรินฺธโร" ตอน กำเนิดวัดทรายงาม

21 พฤศจิกายน 2565, 07:00 น.

3,687

แชร์:

กำเนิดวัดทรายงาม

อยู่มาวันหนึ่ง คณะอุบาสกอุบาสิกาบ้านหนองบัว อ.เมือง จ.จันทบุรี ได้มีศรัทธาต้องการพระอาจารย์สอนปฏิบัติสมาธิภาวนา ได้ข่าวว่าพระอาจารย์กงมาฯ จิรปุญโญ มาพักอยู่ที่วัดคลองกุ้ง จึงชักชวนกันมาเพื่อนิมนต์พระอาจารย์กงมา ในวันนั้นพวกเขาได้ไปกราบพระอาจารย์ฯ แล้วขอ นิมนต์ พระอาจารย์ฯ ได้บอกเขาว่าให้กลับไปก่อน เสี่ยงความฝัน ถ้าฝันดี ก็ให้มารับ ถ้าฝันไม่ดีก็อย่ามารับเลย ขณะนั้นนายเสี่ยนหัวหน้าอุบาสกก็ กล่าวว่า “ก่อนมาพวกผมฝันดีแล้ว” พระอาจารย์ถามว่าฝันอย่างไร นายเสี่ยนได้เล่าว่า ในคณะที่มานั้น นายหลวน รักวงศ์ ได้ฝันไปก่อนหน้านี้ ๓ วันว่า ฝันได้ช้างเผือกสองเชือก พร้อมทั้งแม่และลูก เป็นช้างสวยงามมาก นายหลวนเข้าใจว่าฝันนี้คงให้โชค อาจจะถูกล็อตเตอรี่รางวัลที่ ๑ แต่พวกผมได้พบท่านอาจารย์ พวกผมมีโชคยิ่งกว่าถูกล็อตเตอรี่รางวัลที่ ๑ เสียอีก และพวกเขากล่าวเสริมว่า พวกผมฝันแม่นมาก เพราะจะได้พระอาจารย์ เท่ากับช้างเผือก ได้สามเณรวิริยังค์เท่ากับลูกช้างเผือกสมใจจริงๆ ดังนั้น พระอาจารย์ก็รับนิมนต์ คณะชาวบ้านหนองบัว นัดวันที่จะไป

 เมื่อถึงเวลานัด คณะชาวบ้านหนองบัวเอาเรือมารับ สามเณรวิริยังค์พร้อมพระอาจารย์ฯ ก็ได้เดินทางไปโดยเรือแจว ไปถึงบ้านหนองบัว พระอาจารย์ก็ได้พักที่ป่าช้า ต่อมาสร้างเป็นวัดของหมู่บ้านหนองบัวให้ชื่อว่า “วัดทรายงาม”

ในหมู่บ้านหนองบัวนั้นมีชาวบ้านที่ศรัทธาในการปฏิบัติกรรมฐาน กันอย่างมาก พระอาจารย์ฯ ได้ใช้ความพยายามสั่งสอนการปฏิบัติกรรมฐาน ภาวนาอย่างเต็มที่ ประกอบกับชาวบ้านสนใจในการศึกษาปริยัติธรรมมาก่อน บางพวกเรียนจบอภิธรรม บางพวกเรียนจบวิสุทธิมรรค บางพวกเรียนจบนัก ธรรมบาลี ซึ่งก็นับว่าเป็นแหล่งนักปราชญ์ทางปริยัติธรรม จนมีชื่อเสียง แสดงว่าชาวบ้านละแวกนี้คงแก่เรียนมากทีเดียว

พระอาจารย์ก็หนักใจพอสมควร ในเมื่อมาอยู่แล้วจะถอนกลับไปก็กระไรอยู่ ใช่ว่าพระอาจารย์ฯ จะกลัวพวกเขาก็หาไม่ แต่พวกเขาถือ มานะทิฏฐิมากก็บำเพ็ญจิตทางสมาธิลำบาก เพราะติดสัญญา พระอาจารย์ ได้เคยพูดกับสามเณรวิริยังค์ว่า เวลานี้เราขี่เสือเสียแล้วจะลงก็ไม่ได้ ข้าพเจ้าก็เลยถามว่าใครเป็นเสือ ก็พวกเรียนปริยัติมาก ๆ นี่แหละเป็นเสือ ข้าพเจ้า ยิ่งสงสัย ก็เขาเรียนปริยัติมากเขาอาจจะเป็นคนดี เพราะคำสอนในพระพุทธศาสนาเขารู้กันพอสมควรแล้ว พระอาจารย์ตอบว่ามันก็ดีอย่างเสือนั่นแหละ ข้าพเจ้ายังไม่หายกังขา ถามท่านต่อไปว่า ดีอย่างเสือมันดีอย่างไรครับ พระอาจารย์ตอบว่า เสือธรรมดามันไม่ทิ้งลาย คนเรียนปริยัติมีทิฏฐิเป็นลาย มีสัญญาเป็นลาย มีฐานันดรเป็นลาย มันก็เอาสิ่งเหล่านี้คอยแว้งกัดเราเมื่อ เราเผลอ คอยดูไปซิเณร

เป็นอันว่าพระอาจารย์ถือเอาการสอนกรรมฐานภาวนาให้แก่ชาวบ้านหนองบัวเป็นใหญ่ ข้าพเจ้าสังเกตดูรู้ว่าท่านระวังและเอาใจใส่มาก จนถึงกับห่างการดูแลและอบรมตัวเรามากขึ้น จนตัวเราต้องใช้ความพยายาม ในตัวเราเอง ข้าพเจ้าจึงถือโอกาสลาพระอาจารย์ไปธุดงค์โดยลำพัง ใน โอกาสแห่งการออกพรรษา ข้าพเจ้าได้ธุดงค์ไปรอบหมด เขาสระบาปมีบ้าน พริ้ว-บ้านคาครูด-บ้านเกวียนหัก-บ้านใกล้อำเภอขลุง - บ้านกงษีไร่-บ้านซึ่ง บ้านตกพรหม-บ้านตกชี-บ้านหนองวา-บ้านอีปาด บ้านตกปก-บ้านร้อยรู บ้านหนองปลาไหล - บ้านวังสรพปรด ไปจังหวัดตราด - บ้านวังพิน-บ้าน หนองสโทน-บ้านแหลมงอบ-บ้านเกาะช้าง ขึ้นไปจังหวัดระยอง-ทางบ้าน กล่ำ - บ้านแกลง-เกาะแสมสาร -บ้านเขาดินเนินสมบูรณ์ - บ้านเตาปูน-รู้สึกว่าระหว่างจังหวัดระยอง-จันทบุรี-ตราดไปทั่วหมด เป็นแหล่งธุดงค์เพื่อความสงบวิเวกได้เป็นอย่างดีในขณะนั้น เนื่องจากยังเป็นป่าดงกว้างขวางใหญ่โต ยังเป็นถิ่นทุรกันดารพอสมควร ทางรถยนต์ยังไม่มี




ที่มา : หนังสือชีวิตคือการต่อสู้

เครดิตรูปถ่ายจากเว็บไซต์ "โอเคจันทบุรี"